MOC 100 Years
TH    EN
Call center 1203 (02-507-7000) Call center 1203 (02-507-7000)
webmaster@moc.go.th webmaster@moc.go.th
News

ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

image





เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ปลัดกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ นางสาวเก็จพิรุณ เกาะสุวรรณ์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว จัดโดยกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ช่วงระหว่างวันที่ 18 – 19 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ภูมนตรา รีสอร์ท จังหวัดนครนายก มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร สื่อมวลชน ประชาชน รวมทั้งบุคลากรของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 8 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระบุรี ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และนนทบุรี ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะในการพัฒนาการให้บริการของกระทรวงพาณิชย์ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูล และการขับเคลื่อนภารกิจด้านเศรษฐกิจการค้า เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


image



เมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดกิจกรรมพาณิชย์จิตอาสา บริจาคโลหิต “100 วัน (สตมวาร) สืบสานพระราชปณิธานแห่งการให้” อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนางสาวจิตติมา ศรีถาพร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมด้วยข้าราชการ บุคลากรกระทรวงพาณิชย์ และประชาชน เข้าร่วมบริจาคโลหิต รวมจำนวนทั้งสิ้น 319 ราย กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และเปิดโอกาสให้บุคลากรและประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการเป็นจิตอาสาทำความดี ส่งต่อพลังแห่งการให้


image

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ น้อมรำลึกในพระอัจฉริยภาพด้านการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย ด้วยพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม พระองค์ทรงสร้างสรรค์ผลงาน "สิทธิบัตร" อันทรงคุณค่า ทั้ง 11 ฉบับ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน



นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอย่างมาก โดยทรงตระหนักถึงคุณค่าของการคุ้มครองผลงานสร้างสรรค์และการประดิษฐ์คิดค้นของคนไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน สะท้อนผ่านพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และคณะ ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตร "เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ" เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2544 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล 



ความตอนหนึ่งว่า "ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสำคัญมาก เมื่อตอนปี พ.ศ. 2500 พูดกันว่า เราไปลอกจากต่างประเทศมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าคิดที่จะจดทะเบียนสิทธิบัตร เราสามารถใช้อะไรจากต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้สิทธิ การพูดอย่างนี้ไม่ถูก เป็นการดูถูกคนไทย" พระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนพระวิสัยทัศน์ อันกว้างไกล และได้สร้างแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่นักคิด นักประดิษฐ์ และผู้สร้างสรรค์ผลงานของไทย ในการพัฒนานวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาด้วยศักยภาพของคนไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้าจวบจนปัจจุบัน



นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย ซึ่งได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 11 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน นับเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง โดยผลงานการประดิษฐ์ดังกล่าวประกอบด้วย 



1) เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” (สิทธิบัตรเลขที่ 3127) เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ สามารถลอยตัวและทำงานในแหล่งน้ำเปิด ช่วยเพิ่มออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับผิวน้ำ สำหรับบำบัดน้ำเสียในบึง หนอง คลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติ นับเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทยและครั้งแรกของโลก 



2) เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ (สิทธิบัตรเลขที่ 10304) เป็นเครื่องกลเติมอากาศใช้ในการบำบัดน้ำเสีย โดยเติมออกซิเจนลงในน้ำในระดับลึกลงไปใต้ผิวน้ำ ลดการเน่าเสียของตะกอน และช่วยฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำที่มีความลึก 



3) การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล (สิทธิบัตรเลขที่ 10764) การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ แตกต่างจากน้ำมันไบโอดีเซลทั่วไปซึ่งต้องนำน้ำมันพืชไปผ่านกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า เอสเตอริพิเคชั่น (Esterification) แต่สิทธิบัตรนี้เป็นการนำน้ำมันปาล์มที่ผ่านการกลั่นบริสุทธิ์โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางเคมีใดๆ มาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทันที 



4) การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ (อนุสิทธิบัตรเลขที่ 841) เป็นการนำน้ำมันปาล์มที่ผ่านกระบวนการกลั่นบริสุทธิ์มาใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ เช่น เครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น แทนน้ำมันหล่อลื่นที่เรียกว่า “น้ำมันออโต้ลูป” ที่ได้จากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม



5) การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ฝนหลวง" (สิทธิบัตรเลขที่ 13898) เป็นกรรมวิธีการทำฝนทั้งในระดับเมฆอุ่นและเมฆเย็นพร้อมกัน ซึ่งทรงเรียกว่า "ซูเปอร์แซนด์วิช" โดยใช้สารเคมีที่มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ดีทั้งในอุณหภูมิที่สูงกว่าและต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเป็นตัวเร่งให้เกิดกระบวนการเกิดฝน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนและควบคุมให้ฝนตกกระจายอย่างสม่ำเสมอลงสู่พื้นที่เป้าหมายที่กำหนด โดยมีหลายประเทศขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำเทคโนโลยีฝนหลวงไปใช้เพื่อประโยชน์ ในกิจกรรมของเทศ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จอร์แดน และโอมาน 



6) ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย (สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์เลขที่ 14859) ภาชนะที่ทรงออกแบบไว้เป็นการเฉพาะสำหรับรองรับปัสสาวะของผู้ป่วย เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวย

ความสะดวกในทางการแพทย์



7) อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว (สิทธิบัตรเลขที่ 16100) เป็นเครื่องที่ใช้ติดตั้งเข้ากับท้ายเรือเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย ตัวเรือนหลักที่มีใบพัดที่ต่อเข้ากับเพลาเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่ภายในตัวเรือน มีช่องน้ำเข้าที่ทำไว้เพื่อให้ใบพัดดูดน้ำจากภายนอกเข้าสู่ภายในตัวเรือน ผ่านทางช่องน้ำเข้า และถูกผลักดันออกผ่านทางช่องน้ำออก โดยมีอุปกรณ์เป่าลมประกอบอยู่เพื่อเพิ่มความดันของน้ำ เพื่อเป่าลมผ่านท่อเข้าสู่ภายในตัวเรือน ทำให้สามารถผลักดันน้ำออกจากภายในตัวเรือน ด้วยความดันที่เพิ่มมากขึ้นและเป็นการเพิ่มออกซิเจนในน้ำ



8) กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก หรือที่รู้จักกันในชื่อ "โครงการแกล้งดิน" (สิทธิบัตรเลขที่ 22637) เป็นวิธีการปรับสภาพดินเปรี้ยวให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ โดยใช้วิธีการเลียนแบบธรรมชาติเพื่อแกล้งให้ดินมีสภาพเปรี้ยวจัด ก่อนทำการชะล้างความเปรี้ยวของดิน และปรับสภาพดินใหม่ให้เหมาะแก่การเพาะปลูกต่อไป



9) ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ (สิทธิบัตรเลขที่ 29091) เป็นระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศตามการประดิษฐ์นี้เป็นการใช้เครื่องกลเติมอากาศร่วมกับระบบพืชที่สามารถดูดซับสารปนเปื้อนได้ดี เช่น ต้นกก ต้นเตย ต้นพุทธรักษา เป็นต้น โดยเครื่องกลเติมอากาศจะทำหน้าที่ถ่ายเทออกซิเจนลงในน้ำ ทำให้น้ำมีการไหลหมุนเวียน และอณูของเสียเกิดการแตกตัว รางพืชจะดูดซับแร่ธาตุสารอาหารที่ปนมากับน้ำ เป็นการแย่งอาหารจากสาหร่ายสีเขียว เมื่อสาหร่ายไม่ได้สามารถเจริญเติบโตได้ สีของน้ำจะค่อยๆ ใสขึ้น



10) เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ (สิทธิบัตรเลขที่ 29162) ประกอบด้วย ใบพัดที่เปลี่ยนพลังงานจากความเร็วของกระแสน้ำให้เป็นพลังงานกลไปหมุนเพลาที่ต่อเข้ากับชุดเกียร์เพิ่มรอบและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยทั้งชุดเกียร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าถูกประกอบอยู่ภายในห้องติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากันน้ำที่ติดตั้งอยู่ใต้น้ำ



11) โครงสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ (สิทธิบัตรเลขที่ 29163) สิ่งประดิษฐ์ที่ติดตั้งไว้ใต้บานประตูระบายน้ำหรือท้ายประตูระบายน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับบริหารจัดการมวลน้ำ โดยมีการนำสิ่งประดิษฐ์นี้นำไปติดตั้งที่บริเวณคลองลัดโพธิ์ตามพระราชดำริ สามารถทำให้น้ำออกสู่ทะเลได้อย่างเป็นระบบ และไม่เกิดน้ำท่วมบริเวณนั้น



กรมทรัพย์สินทางปัญญาตระหนักถึงพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงใช้ "การประดิษฐ์ นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา" เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ กรมฯ จึงมุ่งสืบสานแนวพระราชดำริ ผ่านการส่งเสริมการสร้างสรรค์ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการผลักดันให้ผลงานประดิษฐ์ของคนไทยสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ วันนักประดิษฐ์จึงเป็นโอกาสสำคัญที่คนไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญา และร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป


image

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สั่งการเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดปูพรมตรวจร้านจำหน่ายทองคำทั่วประเทศ กำกับดูแลความเที่ยงตรงเครื่องชั่งและการแสดงราคาสินค้า หลังพบราคาทองคำผันผวนรุนแรงและประชาชนซื้อ-ขายอย่างต่อเนื่อง ย้ำพบกระทำผิดดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โทษสูงสุดจำคุก 7 ปี ปรับ 2.8 แสนบาท



นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูงและปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากหันมาซื้อทองคำเพื่อการเก็บและเก็งกำไร นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน จึงได้สั่งการให้กองชั่งตวงวัด ประสานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการร้านจำหน่ายทองคำ ทั้งทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่งดิจิทัล และกำชับการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน เพื่อคุ้มครองความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค



ผลการตรวจสอบเบื้องต้น จากการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด 15 แห่ง เข้าตรวจสถานประกอบการรวม 105 แห่ง พบว่าร้านทองส่วนใหญ่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย มีการแสดงฉลากสินค้าและป้ายราคาชัดเจน 



อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเครื่องชั่งดิจิทัลรวม 132 เครื่อง พบเครื่องชั่งที่มีค่าความเที่ยงคลาดเคลื่อนเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายโดยผูกบัตรห้ามใช้ทันที



นางสาวญาณี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบเครื่องชั่งให้มีสภาพสมบูรณ์และผ่านการรับรองจากกรมการค้าภายในอยู่เสมอ หากตรวจสอบพบการใช้เครื่องชั่งที่คลาดเคลื่อนหรือมีการดัดแปลง จะมีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท



ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอแนะนำให้ประชาชนสังเกตเครื่องชั่งทุกครั้งก่อนทำธุรกรรม โดยเครื่องชั่งต้องมีสติกเกอร์เครื่องหมายรับรองจากกรมการค้าภายใน หากผู้บริโภคพบเห็นร้านทองที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าเครื่องชั่งน้ำหนักไม่เที่ยงตรง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและรักษาความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนอย่างทันท่วงที


image
image

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี ผลิตหมอนหลอดเพื่อทหารชายแดน” อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวาระครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมถวายเป็นพระราชกุศล และสืบสานพระราชปณิธานด้านความเอื้ออาทร โดยร่วมกันจัดทำ “หมอนหลอด” จำนวน 100 ใบ โดยในโอกาสนี้ พันเอก จักรกริศน์ ธุระพันธ์ รองเสนาธิการกองกําลังบูรพา ผู้แทนผู้บัญชาการกองกําลังบูรพา เป็นผู้รับมอบหมอนหลอด พร้อมส่งต่อไปยังกองกำลังบูรพา จังหวัดสระแก้ว เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ทหารในพื้นที่ชายแดนต่อไป . การผลิตหมอนหลอดในครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยที่ดีในการพักผ่อนของทหารชายแดน สะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการส่งมอบกำลังใจและคำขอบคุณไปยังรั้วของชาติ ผ่านชิ้นงานที่ตั้งใจทำด้วยมือในทุกขั้นตอน . สำหรับ “หมอนหลอด” ที่จัดทำขึ้นมีคุณสมบัติพิเศษในการระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ไม่กักเก็บความชื้นและฝุ่นละออง จึงช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราและไรฝุ่นซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ ตัวหลอดมีความยืดหยุ่นช่วยรองรับสรีระต้นคอได้ดี ลดอาการปวดเมื่อย อีกทั้งยังทำความสะอาดง่ายและแห้งไว เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการในแนวชายแดน  กระทรวงพาณิชย์ เชื่อมั่นว่าการพักผ่อนที่ดีจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างพลังกายพลังใจให้แก่ทหารกล้าในการปกป้องอธิปไตยของประเทศต่อไป


image

      สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำโดย นางสาวจิตติมา ศรีถาพร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้อำนวยการกองบริหารการคลัง ผู้อำนวยการกองกลาง และคณะทำงาน เข้าศึกษาดูงาน ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในวันอังคารที่ 27 มกราคม 2569 ห้องประชุม 02/05 โดยได้รับการต้อนรับจาก นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร พร้อมคณะ



      การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อผลักดันการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยระบบบริหารจัดการสำนักงาน (e-Office) ภายใต้ระบบคลาวน์กลางภาครัฐ (GDCC) ให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อลดการใช้กระดาษ (Paperless) ลดขั้นตอน โปร่งใส ตรวจสอบได้ อันเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็น “สำนักงานดิจิทัลเต็มรูปแบบ”


image

กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพจัดเตรียมอาหารสำหรับบริการประชาชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จิตอาสา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกิจกรรมแจกจ่ายอาหาร จำนวน 3,000 ชุด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บริเวณจุดบริการอาหารพระราชทาน ท้องสนามหลวง กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดจนเป็นการแบ่งปันและช่วยเหลือประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ


image



 



กระทรวงพาณิชย์ ร่วมจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ในงานดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะ ไหวพริบ ตอบปัญหา เชาว์ปัญญา และการเล่นเกมส์ต่าง ๆ เช่น Bingo (ตัวเลข) เก้าอี้ดนตรี ต่อจิ๊กซอว์หรรษา และคณิตคิดเร็ว เป็นต้น พร้อมแจกของขวัญที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาทิ จักรยาน ตุ๊กตา ของเล่นสำหรับเด็ก อุปกรณ์การเรียน ขนมและเครื่องดื่ม ให้แก่เด็ก ๆ และเยาวชน ที่มาเยี่ยมชมและร่วมสนุก ที่บูธของกระทรวงพาณิชย์ กว่า 500 คน


image

สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 วัด จำนวน 99 รูป เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569วันที่ 5 มกราคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมใจร่วมกัน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 วัด จำนวน 99 รูป เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคล เริ่มต้นปีใหม่ 2569 ด้วยประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ โดยมีพระโสภณนนทสาร  เจ้าคณะอำเภอบางบัวทอง และเจ้าอาวาสวัดบางไผ่ พระอารามหลวง จังหวัดนนทบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระสงฆ์จากที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนนทบุรี 9 วัด จำนวน 99 รูป จากวัดในจังหวัดนนทบุรี ได้แก่ วัดแคนอก วัดน้อยนอก วัดสมรโกฏิ วัดบางรักใหญ่ วัดไทรม้าใต้ วัดตำหนักใต้ วัดเพลง วัดบางไผ่ และวัดบางนา


Complain

ร้องเรียนร้องทุกข์

ข้อมูลที่น่าสนใจ
ข่าวห้องสมุดสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
พาณิชย์ร่วมใจ ห่วงใยสิ่งแวดล้อม
ศูนย์อาหารสวัสดิการกระทรวงพาณิชย์
จำนวนการเข้าชม : 2,235,158